ลูกวัย 65 ปี สติไม่ค่อยสมประกอบเลี้ยงแม่อายุ 88 ปี อยู่ในกระต๊อบหลังเก่าริมถนน วอนสังคม ผู้ใจดี บริจาคเงินสร้างบ้านหลังใหม่

จากกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชุมพร นำข้าวสารอาหารแห้งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและไปเจอกับสองแม่ลูกวัยชราที่มีอายุมากทั้งคู่ และมีฐานะยากจนอยู่กันตามลำพังในบ้านหลังสี่เหลี่ยมเล็กๆสภาพเก่าไม่มีไฟฟ้า ถูกน้ำท่วมไม่สามารถไปไหนได้ต้องกินของเน่าเสียประทังชีวิต ในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แล้วนำไปโพสต์ในสื่อออนไลน์จนมีคนกดไลน์แสดงความสงสารจำนวนมากนั้น

เมื่อ วันที่ 15 ม.ค.60  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยมี นางกรองกาญจน์ ภูมิสุวรรณ อายุ 56 ปี  นางสถาพร น้อยจีน อายุ 64 ปี  และนายสมพงษ์ สอนสุภา อายุ 61 ปี อป.พร.หมู่บ้าน พร้อมชาวบ้านอีกเกือบ 10 คน  นำผู้สื่อข่าวไปยังบ้านไม่มีเลขที่ อยู่ริมถนนหาดคู หมู่ 9 ตำบลท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พบกับ นางนวล ชินพราหมณ์ อายุ 88 ปี นางสาวคมคาย ชินพราหมณ์ อายุ64 ปี ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน โดยสภาพบ้านหลังดังกล่าวเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดกว้างยาว 3×4 เมตร พื้นยกสูง 1 เมตร ฝาบ้านกั้นด้วยไม้กระดานอัด หลังคามุงสังกะสี สภาพเก่า ไม่มีไฟฟ้าต้องใช้ตะเกียง ส่วนด้านหลังกั้นเป็นห้องน้ำ ภายในบ้านเป็นทั้งห้องนอนที่กินที่เก็บอาหารและสิ่งของต่างๆ ที่นอนมีสภาพเก่าขาดและมีคราบไคจับเป็นผื่นดำกลิ่นฉุนเหม็นอับRoblox Free Unlimited Robux and Tix

ขณะผู้สื่อข่าวและชาวบ้านไปหานั้น นางนวลอยู่ในเพิงหน้าบ้านพูดจาหลงลืมทักทายกับชาวบ้านจำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ร่างการยังคงแข็งแรงเดินออกไปตามหมู่บ้านได้ ส่วนนางสาวคมคายลูกสาวกับลังจุดไฟฟืนหุงข้าว ทำกับข้าวกับเตาถ่านจนควันโขมงอยู่ที่หน้าบ้านเช่นกัน ซึ่งนางสาวคมคายมีสติไม่ค่อยสมประกอบแต่ยังสามารถพูดจาโต้ตอบได้รู้เรื่อง จากการสอบถามทราบว่าช่วงฝนตกหนักน้ำท่วมที่ผ่านมา ทั้งสองแม่ลูกไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะน้ำท่วมสูงถึงใต้พื้นบ้านที่ยกสูงจากดิน 1 เมตร ถนนถูกตัดขาดต้องนอนอยู่ในบ้านนาน 3 วัน กินของเน่าเสียที่เก็บไว้เพื่อประทังชีวิต

นางกรองกาญจน์ ภูมิสุวรรณ เพื่อนบ้านกล่าวว่านางมวลนั้นสามีได้ประสบอุบัติเหตุรถชนตายไปนานกว่า 30 ปีแล้ว มีลูกสองคนผู้ชายเป็นคนโตสภาพร่างกายก็เหมือนกับนางสาวคมคายน้องสาว ได้แยกตัวออกไปทำสวนทำไร่อยู่ตามลำพังคนเดียว สำหรับบ้านที่ทั้งสองแม่ลูกอยู่อาศัยสร้างอยู่บนที่ดินของเพื่อนบ้านที่ใจดีให้อยู่  โดยสร้างมากว่า 10 ปีแล้ว มีผู้ใหญ่ กำนัน ส.อบต. ผู้นำชุมชนและชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจช่วยกันสร้างให้พอได้อยู่อาศัยและต่อน้ำประปาหมู่บ้านให้ใช้ แต่ไม่มีไฟฟ้า  ทั้งสองคนได้รับเบี้ยยังชีพคนชราโดยนางนวลได้เดือนละ 800 บาท นางสาวคมคายได้ 600 บาท  ที่ผ่านมาทั้งผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ได้แวะเวียนมาดูและนำข้าวปลาอาหารสิ่งของเครื่องใช้มาช่วยเหลืออยู่ประจำ แต่ไม่สามารถมาดูแลได้ตลอดเวลาเพราะทุกคนต้องทำงานและมีภาระกิจอื่นๆ โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมถึงพื้นบ้านถนนถูกตัดขาดทั้งสองแม่ลูกต้องอยู่กันลำพังนานหลายวัน แต่โชคดีที่ไม่ได้รับอันตราย

นางกรองกาญจน์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้มีนางสถาพร น้อยจีน อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับสองแม่ลูกจะเป็นคนคอยมาดูแลเอาใจใส่นำข้าวน้ำมาให้ทั้งอาบน้ำตัดผมให้กับนางนวลอยู่เป็นประจำโดยไม่รังเกียจ  จนชาวบ้านทั่วไปต่างชื่นชมในความมีน้ำใจของนางสถาพรอย่างมากที่ไม่ทอดทิ้งสองแม่ลูกวัยชรา ขณะนี้ตนเป็นห่วงคือเรื่องบ้านที่คับแคบแออัด สกปรก เก่าทรุดโทรม ไม่ดีต่อสุขลักษณะและสุขภาพของทั้งสองแม่ลูก จึงอยากให้สังคมและผู้ใจดีมีเมตตาช่วยกันสบทบทุนสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับสองแม่ลูกได้อยู่อาศัยดีกว่านี้ในยามแก่เฒ่า โดยบริจาคได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.)สาขาชุมพร เลขบัญชี 020052063526 ชื่อนางสถาพร น้อยจีน ผู้ที่เป็นญาติสนิทคอยดูแลสองแม่ลูกมาตลอดนานนับ 10 ปี จนชาวบ้านชื่นชมและไว้วางใจซึ่งเงินที่ผู้ใจบุญบริจาคเข้ามาจะมีผู้นำชุมชน และชาวบ้านคอยตรวจสอบดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และใช้จ่ายให้กับสองแม่ลูกต่อไป

ขอบคุณ ภาพ/ข่าว ทิวา  ทองศิริ

 

Related posts