สปป. 4 ภาคใต้ ลุยตรวจป่าโครงการฟื้นฟูพายุเกย์ ในพื้นที่ป่าอำเภอปะทิว พบมีการยึดครองกว่า 2 พันไร่

ที่ห้องประชุมอำเภอปะทิว จ.ชุมพร  นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายพงษ์พันธ์ เงินหนู หัวหน้าโครงการฟื้นฟูป่าไต้ฝุ่นเกย์ เข้าประชุมร่วมกับนายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอปะทิว ในการวางแผนการบินเพื่อทำการสำรวจและตรวจผืนป่าในโครงการฟื้นฟูป่าไต้ฝุ่นเกย์ ในพื้นที่เขตอำเภอปะทิว ซึ่งมีจำนวน 9,850 ไร่  หากพบมีการบุกรุก ก็จะดำเนินการยึดกลับคืนมาเป็นของแผ่นดิน ตามนโยบายรัฐบาลและคำสั่งของ คสช. ตามโครงการยุทธการทวงคืนผืนป่าซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ

2809592

หลังจากได้ประชุม นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ พร้อมนายพงษ์พันธ์ เงินหนู และนายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอปะทิว ได้ขึ้นบินด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  เพื่อตรวจสอบ ซึ่งพบว่าผืนป่าโครงการฯถูกบุกรุกแผ้วถาง ทำลาย ในหลากรูปแบบ อาทิ เข้าไปแผ้วถางในกลางป่า เป็นลักษณะเจาะไข่แดง  ใช้วิธีกรานต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ให้ยืนต้นตาย เพื่อใช้ไม้และยึดครองพื้นที่  อีกทั้งยังพบมีการใช้วิธีปลูกพืชอาสินในพื้นที่ตนเอง ขยับขยายปลูกเข้าไปในผืนป่าโครงการที่ละน้อย ซึ่งประมาณพื้นที่ถูกบุกรุก จากการสำรวจในครั้งด้วยการจับค่าพิกัดในเบื้องต้น จำนวน 4 ตำบล ประกอบด้วย ต.ทะเลทรัพย์ ต.ดอนยาง ต.ปากคลองและ ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จำนวน 2,500 ไร่ ซึ่งได้มาร์คพิกัดเพื่อส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าทำการยึดผืนป่าดังกล่าวต่อไป

2809594

นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้)  กล่าวว่า จากการปฏิบัติการตรวจยึดพื้นที่ป่าคืนแผ่นดิน ใน พื้นที่ อ.ท่าแซะ สามารถยึดกลับมาได้แล้ว กว่า 15,000 ไร่ และจากการบินสำรวจก็พบผืนป่าถูกบุกรุก กว่า 2 พันไร่   และหลังจากนี้ก็จะดำเนินตรวจยึดต่อไปเรื่อยๆจนกว่าสามารถทวงผืนป่าของทั้งสองอำเภอกลับมาเป็นของแผ่นดินได้ครบตามจำนวนกว่า 5 หมื่นไร่

2809595

ด้านนายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอปะทิว กล่าวว่า  หลังจากบินสำรวจผืนป่าในพื้นที่เขตรับผิดชอบพบว่า ยังมีผืนป่าที่สมบูรณ์อยู่เป็นส่วนมาก แต่ก็มีเพียงส่วนน้อยที่ถูกบุกรุก  ทางฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เป็นเจ้าหน้าที่โดยตรงของกระทรวงมหาดไทย และมีบทบาทหน้าที่โดยตรงในการดูแลผืนป่าเช่นกัน ดังนั้น หากพบว่ามีการบุกรุกผืนป่าของแผ่นดิน แล้วผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่นั้นเพิกเฉย  อาจจะพิจารณาไม่ให้ผ่านการประเมินประจำปีพร้อมจะตั้งกรรมการสอบสวนตามขั้นตอน และลงดาบทางวินัยที่ปล่อยปละละเลย และที่ตนเอาจริงเอาจังเรื่องป่านั้น เป็นเพราะ ป่าของประเทศเริ่มลดลงจนเกือบจะหมด เพราะความเห็นแก่ตัวของนายทุน โดยอาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจ  และตัวชาวบ้านเอง ทั้งนี้จะได้กำชับและลงดาบกับผู้นำท้องที่ หากไม่ ดูแลผืนป่าต่อไป

2809593

ขอบคุณ ภาพ/ข่าว  วิทยา บรรทูล

Related posts