จังหวัดชุมพรคัดเลือกบ้านปากน้ำละแม เป็นหมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ระดับจังหวัด

เมื่อวันที่ 23สิงหาคม2561 ที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชุมพรชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร  นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร  เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการประกวดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ระดับจังหวัด จังหวัดชุมพร  เพื่อเป็นตัวแทนจังหวัดชุมพรเข้าประกวดระดับเขต

ชุมชนที่ส่งเข้าร่วมคัดเลือกในครั้งนี้ มี 7 ชุมชนจาก 7 อำเภอ ประกอบด้วย บ้านปากคลองพนังตัก หมู่ที่ 7 ตำบลนาทุ่ง อำเภอเมืองชุมพร  บ้านแหลมแท่น หมู่ที่ 1 ตำบลชุมโค  อำเภอปะทิว บ้านเสียบญวน หมู่ที่ 5 ตำบลด่านสวี  อำเภอสวี   บ้านปากตะโก หมู่ที่ 1 ตำบลปากตะโกอำเภอทุ่งตะโก  บ้านเกาะพิทักษ์ หมู่ที่ 4 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน  บ้านปากน้ำละแม หมู่ที่ 1 ตำบลละแม อำเภอละแม  และบ้านท่าตีน หมู่ที่ 7 ตำบลพะโต๊ะ  อำเภอพะโต๊ะ

คณะกรรมการได้คัดเลือก โดยพิจารณาให้คะแนนจาก 3 ด้าน คือ  ด้านการบริหารจัดการชุมชน  40 คะแนน   ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ 40 คะแนน  และด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว 20 คะแนน

ผลปรากฏว่า บ้านปากน้ำละแมหมู่ที่ 1 ตำบลละแมอำเภอละแม ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทน ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัดวิถี ระดับจังหวัด ของจังหวัดชุมพร ได้รับเงินรางวัล 2 แสนบาท และได้เป็นตัวแทนจังหวัดชุมพร เข้าร่วมประกวดในระดับเขต ต่อไป ซึ่งคณะกรรมการระดับเขตจะลงมาตรวจประเมินเพื่อให้คะแนนในวันที่ 6 กันยายนนี้ และหากติดหนึ่งในสี่ระดับเขคก็จะได้เงินรางวัลอีก 5 แสนบาท

ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี  เป็นแนวคิดพัฒนา OTOP รูปแบบใหม่ ให้สามรถขายสินค้าได้ภายในชุมชน  โดยนำเสน่ห์ของแต่ละชุมชน เช่น ภูมิปัญญา วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ แหล่งท่องเที่ยว มาเป็นแรงดึงดูดลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าถึงชุมชน  ซึ่งต่างจาก OTOP เดิมที่ต้องนำสินค้าออกไปขายนอกชุมชน

จังหวัดชุมพรดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จำนวน 29 หมู่บ้าน ใน 22 ตำบล  8 อำเภอ  กิจกรรมการประกวดชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ชุมชนตื่นตัว

ในการพัฒนาให้มีศักยภาพเป็นชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี เปิดโอกาสให้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี แสดงขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวและเป็นต้นแบบให้ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี อื่น โดยคัดเลือกชุมชนที่ชนะเลิศระดับจังหวัด 1 ชุมชน เป็นตัวแทนเข้าร่วมประกวดในระดับเขต

สำหรับชุมชนที่ชนะเลิศในระดับจังหวัด จะได้รับรางวัล 200,000 บาท และถ้าหากติดหนึ่งในสี่ในระดับเขตจะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท

Related posts